บทความต่างๆ

Batman become straps

#Batman become straps
Hans Stich X Horween

.
อีกครั้งกับการเปิดตัวสายรุ่นใหม่
Royal Blue Bat

——————————————

[ Exclusive only @ Expert Watch ]

สายนาฬิกาหนังวัว Horween ตำนานจากประเทศอเมริกา
โดยผู้ผลิตสายนาฬิกามืออาชีพแบรนด์ Hans Stich

 

หนังที่นำมาใช้คือ Royal Blue Nubuck จาก Horween โรงฟอกดังระดับตำนานจากชิคาโก มีการเคลือบกันน้ำ waterproof ไม่เป็นรอยด่างเมื่อเปียกน้ำ มีความนุ่มนวลสวมใส่สบายข้อมือ และไม่เป็นรอยขีดข่วนง่าย 

เย็บมือด้วยด้าย ลินินจากฝรั่งเศส Fil Au Chinois สี Natural White ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ชั้นสูงเช่นกระเป๋า Vuitton, Hermes ฯลฯ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ในราคาแค่ 4200 บาท ไม่ถึง ครึ่งเดียวของสายยางที่เป็น Mass Production.

 

แรงบันดาลใจจาก Rolex Black Blue อันลือลั่น
การออกแบบทรงพลังให้ความด้วยหัวสายขนาด 26มม. ตัดแต่งให้เข้ากับหูสายขนาด 20มม.

สำหรับ Rolex Sport โดยเฉพาะ 
(Submariner,Daytona,GMT,Explorer ฯลฯ)

 

 

Royal Blue Bat ใส่เข้ากับนาฬิกา Rolex รุ่นไหนก็สวย

ราคาเพียง 4200 เท่านั้น พิเศษช่วงเปิดตัวแถมหัวเข็มขัดทรง Batman

 

หัวเข็มขัดแบทแมนสีทอง สำหรับนาฬิกาตัวเรือนสีทอง

หัวเข็มขัดแบทแมนสีดำ PVD สำหรับนาฬิกาตัวเรือนสีดำ

 

สายมีการเจาะรูชิดเป็นพิเศษเพียง 0.5 มม เพื่อให้มั่นใจว่า ท่านจะได้ใส่สายที่มีขนาด พอดีเป๊ะ กับข้อมือไม่เกิดปัญหาว่าใส่รูหนึ่งก็รู้สึกหลวมไปแต่ใส่อีกรูหนึ่งก็รู้สึกคับไป ไม่สบาย เมื่อใส่พอดีข้อมือ ก็จะยืดอายุการใช้งานของสายไปด้วย

 

 

 

Click >> หนังวัว Horween คืออะไร << Click

 

สอบถามข้อมูล/สั่งซื้อสินค้าออนไลน์
Line : @epwatch

โทร 063-991-1115 (พีซ)

 

สายนาฬิกาสำหรับ Rolex แบบอื่นๆ

 

Benz เกี่ยวข้องอย่างไรกับ Rolex

Benz เกี่ยวข้องอย่างไรกับ Rolex

 

สัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่และสามารถมองเห็นได้เลยนั่นคือสัญลักษณ์โลโก้ของ Mercedes Benz 
ที่อยู่บนเข็มชั่วโมงของนาฬิกา Rolexโดยลักษณะของเข็มรูปทรงนี้โดนลอกเลียนแบบ 

 

ไปอย่างแพร่หลายแต่แท้จริงแล้ว Rolex ได้เป็นผู้ออกแบบและนำมาใส่เป็นแบรนด์แรก
ตั้งแต่ช่วงกลางปี 1950

.
เรื่องราวเป็นมาอย่างไร EXPERT WATCH จะเล่าให้ฟัง

.

สัญลักษณ์ดวงดาวสามแฉกของรถหรู Mercedes Benz
แสดงถึงจุดยืนของการเดินทางในแต่ละวิธี คือ Land,Sea and Air

 

หลายคนเชื่อว่า Rolex เลือกใช้สัญลักษณ์
ดาวสามแฉกนี้ในเข็มชั่วโมงของนาฬิกา
รุ่น Sport lineเพื่อเป็นการสื่อถึงความสามารถ
และความตั้งใจในการพิชิตชัยกับสภาวะแวดล้อมต่างๆ

นั่นคือ…

Explorer II : Land
Submariner : Sea
GMT-Master : Air

บ้างก็เชื่อกันว่าสัญลักษณ์ Benz บนเข็มชั่วโมง เป็นการสื่อเพื่อระลึกถึงนักว่ายน้ำมืออาชีพชาวอังกฤษ นามว่า Mercedes Gleitze

 

โดยในระหว่างปี 1927 ที่เธอประสบความสำเร็จในการ
ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษที่ใช้เวลายาวนานมากกว่า 10 ชั่วโมงซึ่งในข้อมือของเธอนั้น

สวมใส่นาฬิกา Rolex Oyster และนาฬิกาก็ยังคงทำงานเพอร์เฟ็คเหมือนเดิม

.
Rolex ได้ใช้ความพยายามในการว่ายน้ำข้าม
ช่องแคบอังกฤษของ Mercedes Gleitze เป็นแคมเปญ
ในการโฆษณานาฬิกา Rolex ว่าสามารถกันน้ำได้อย่างแท้จริง

 

โดยในเวลานั้นมีโรงงานผลิตนาฬิกาอื่นเป็นจำนวนมาก
ที่เคลมไว้ว่านาฬิกาของตนเองก็สามารถกันน้ำได้เช่นกัน (Water Resistance)

อย่างไรก็ตามการที่ Gleitze ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษ
เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้ผู้คนทั่วโลกได้ประจักษ์และตระหนักถึง Oyster Caseตัวเรือนนาฬิกาที่สามารถกันน้ำเข้าภายในตัวเรือนได้อย่างดีที่สุด

.

จนถึงปัจจุบัน Rolex ยังคงใช้ชื่อของ Gleitze’s เป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดให้กับนาฬิกา Rolex และยังมีหลายๆคนเชื่อว่าสัญลักษณ์ Mercedes ที่ปรากฏบนเข็มชั่วโมงของนาฬิกา Rolex Sport

.
เป็นการที่บริษัท Rolex แอบแฝงและทรอดแทรกวิธีการอันลึกซึ้งเพื่อเป็นการยกย่องสตรีนักว่ายน้ำชาวอังกฤษผู้พิชิต การว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษ ซึ่งสร้างเกียรติยศให้กับ Rolex ในหน้าหนังสือประวัติศาสตร์ของโลก นามว่า Mercedes Gleitze

.
ความจริงจาก Rolex

Rolex ยังไม่คอนเฟิร์มถึงเรื่องราวที่ได้กล่าวมาทั้งหมด และน่าจะเป็นไปได้ว่า การที่ Rolexนำสัญลักษณ์ Mercedes มาใช้ในการดีไซน์ให้ปรากฏบนเข็มชั่วโมง เพื่อให้เข็มชั่วโมงมีหน้าที่กว้างขึ้นได้มากที่สุดสำหรับการเพ้นท์พรายน้ำลงไป

นอกจากนี้สัญลักษณ์ดวงดาวสามแฉกยังช่วยให้เราสามารถมองเห็นในที่ที่มีแสงน้อยและจำแนกได้อย่างชัดเจนว่ามีความแตกต่างจากเข็มนาที

และยังมีความเป็นไปได้อีกว่า สัญลักษณ์ดาวสามแฉกที่พบในบรรดานาฬิกาข้อมือ Rolex Sportอาจจะเกิดจากวิวัฒนาการโดยปกติของ Rolex ซึ่งถึงแม้ว่า Rolex Sport จะยังคงพัฒนาไปเรื่อยๆแต่ก็ยังคงใช้เข็มลักษณะเดิม

.
เข็มลักษณะดาวสามแฉกนี้ มีชื่อเรียกว่า Cathedral hands ซึ่งสามารถพบได้ในนาฬิกาจากทั่วทั้งโลกที่ผลิตขึ้นจากหลายโรงงาน หลังจากการเปิดตัว Mercedes Hour Hand ของ Rolex

เป็นไปได้มากทีเดียวว่าเข็มชั่วโมงรูปทรงดาวสามแฉกนี้เป็นความตั้งใจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงเพื่อความสวยงามที่สามารถแบ่งแยกได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม Rolex ก็ได้ค้นพบพบมันและทำให้เรารู้จักกับ
“ Mercedes Hour Hand”

แปลและเรียบเรียงโดย EXPERT WATCH

เจาะลึก Audemars Piguet Royal Oak หนึ่งในนาฬิการะดับโลก

เจาะลึก AP Royal Oak หนึ่งในนาฬิการะดับโลก

 

 

เมืองบาเซิล เดือนเมษายน ปี 1972 ในงานนาฬิการะดับโลก Swiss Watch Show (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นงาน Basel world) Audemars Piguet ได้เปิดตัวนาฬิกาเรือนเหล็ก ที่หลอมรวมกับสายเหล็กอันหรูหราที่ปฏิวัติรูปการดีไซน์ที่เคยมีมาอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ “Royal Oak”  นาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความโดดเด่นและความสำเร็จระดับโลกรุ่นหนึ่งเท่าที่เคยมีมา

 

เรื่องราวเป็นมาอย่างไร EXPERT WATCH จะเล่าให้ฟัง

ย้อนกลับไปในปี 1970 บริษัทนาฬิกาAudemars Piguet ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกับแบรนด์นาฬิกาสวิสอื่นๆทั่วไปที่ต้องเผชิญกับปัญหาภาวะการเงิน เนื่องจากนาฬิการะบบ Quartz จากญี่ปุ่น ได้ทะลักเข้ามาภายในตลาดนาฬิกาทั่วโลกปรากฎการณ์นี้เรียกกันว่า “The Quartz Crisis” ซึ่งทำให้ผู้ผลิตนาฬิกาจากประเทศสวิสคิดไม่ตกว่าจะตีฝ่าวิกฤตที่ทำให้ยอดขายตกออกไปได้อย่างไรในปี 1971 บริษัท Audemars Piguet ได้ตระหนักถึงความเป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นคือ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบ “หยุดโลก” แล้ว บริษัทคงไม่สามารถรอดพ้นจากการล้มละลาย และเมื่อได้พิจารณาอย่างละเอียดแล้วว่า ในตลาดนาฬิกาประเทศอิตาลีความสนใจเกี่ยวกับนาฬิกา Luxury ที่ผลิตมาจาก Steel

 

ทางคณะผู้บริหารจึงได้สินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องสร้างสิ่งใหม่ขึ้น ให้มีความสปอร์ตและความงดงามแบบที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน
Gerald Genta ดีไซน์เนอร์นักออกแบบนาฬิกาที่มีชื่อเสียงที่สุดในขณะนั้น ได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้ออกแบบ Royal Oak

 

 

ออกแบบ Royal Oak

 

Georges Golay ผู้บริหารของ AP

 

Georges Golay ผู้บริหารของ AP ในสมัยนั้น ได้นัด Gerald Genta ในเวลา 4 โมงเย็น หลังงาน BeselWorld ในปี 1971 เพื่อบรีฟงานตามความต้องการที่จะให้ออกแบบนาฬิกาที่มีความสปอร์ต สามารถใส่ได้ทุกโอกาส และมีความประณีตสวยงามในแบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน พร้อมทั้งขอดูแบบในวันรุ่งขึ้น และในเช้าวันรุ่งขึ้น Gerald Genta ก็ได้เสกสรรค์แบบร่างของนาฬิกาที่เรียกว่า “Royal Oak” ซึ่งเขากล่าวในภายหลังว่า ผลงานที่เป็น MasterPiece ในอาชีพของเขาคือ “Royal Oak” นั่นเอง

 

Gerald Genta ดีไซน์เนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังนาฬิการะดับโลก

 

 

อะไรคือแรงบันดาลใจ


Gerald Genta ได้รับแรงบันดาลใจในดารออกแบบมาจากรูปทรงของหมวกดำน้ำในสมัยนั้น จึงนำมาสร้างสรรค์ให้เป็นดีไซน์ โดยใช้ขอบ Bazel รูปทรงแปดเหลี่ยม ยึดติดกับตัวเรือนโดยใช้สกรูทองรูปทรง 8 เหลี่ยม 8 ตัว มีระบบกันน้ำ หน้าปัทม์สีน้ำเงินลาย petit tappisserie motif หนาเพียง 7 มม. แต่มีขนาดใหญ่เล็กน้อย (ในยุค1970นิยมนาฬิกาเรือนเล็ก) มีขนาดตัวเรือน 39 มม. ผสานกับสายนาฬิกาโลหะที่ทำจากสแตนเลสสตีลซึ่งถูกขัดเกลาขึ้นมาอย่าประณีตและสวยงามได้อย่างลงตัวที่สุด

 

 

 

ต้นแบบ Royal Oak เรือนแรกของโลก

ต้นแบบนาฬิกา Royal Oak ได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยทองคำขาว เพื่อเก็บรายละเอียดจากงานต้นแบบดีไซน์ของ Gerard Genta เนื่องจากเครื่องมือที่จะใช้ผลิต stainless steel มีต้นทุนสูงเกินไปที่จะสร้างต้นแบบให้ได้ตามที่ Genta ต้องการระบบกลไกของเครื่องต้องเลือกใช้เฉพาะเครื่องที่สวยงามสมบูรณ์แบบจึงได้ใช้เครื่อง Cal.2121 และเครื่องรุ่นนี้ก็ยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน ในรุ่น Royal Oak Jumbo ref.15202 ตัวเครื่อง Cal.2121 ได้ถูกดัดแปลงมาจากเครื่อง AP. Cal.2020 ซึ่งมีการพัฒนาโดยการเพิ่มฟังก์ชั่นวันที่เข้าไปด้วย

 

 

 

สิ่งที่น่าสนใจของเครื่อง Cal.2120 คือ

 


เครื่อง Cal.2120 ได้ถูกนำมาใช้ในปี 1967 เป็นผลงานความสำเร็จจากโปรเจคที่นำโดย Jaeger-Lecoultre ได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคนิคจาก Audemars Piguet โดยการระดมทุนจากสามบริษัทนาฬิกายักษ์ใหญ่ที่ต้องการผลิต ตัวเครื่องระบบ Automatic ให้มีขนาดบางมากที่สุด อันได้แก่ Audemars Pigeut, Patek Philippe และ Vacheron Constantinโดยความพยายามร่วมกันนี้ก็ได้สร้างสรรค์กลไกเครื่องนาฬิกา Jaeger LeCoultre Cal.920 ออกมาเป็นนวัตกรรมที่ก้าวล้ำและมีความเที่ยงตรงสูงมาก และตัวเครื่องนี้ลูกค้าที่เป็นบริษัทสามยักษ์ใหญ่ก็ได้นำไปใช้และเปลี่ยนชื่อเครื่องแตกต่างกันไป

 

Audemars Piguet ใช้ชื่อว่า Cal.2120
Patek Philippe ใช้ชื่อว่า 28-255C
Vacheron Constantin ใช้ชื่อว่า 1120

 

ความสูงโดยรวมทั้งหมดของเครื่อง Cal.2121 เท่ากับ 3.05 มม. มีความถี่ 19,800 รอบต่อชั่วโมง พร้อมระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือน เครื่องนี้จึงเหมาะสมที่สุดที่จะได้นำมาใช้กับนาฬิกาสปอร์ตอย่าง Royal Oak

 

 

 

 

Royal Oak ชื่อนี้มีที่มาจากไหน?.

อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นแรงบันดาลใจในการออกแบบ Royal Oakมาจากหมวกดำน้ำทองเหลือง Gerald Genta จึงต้องการที่จะให้ตั้งชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ Royal Oak เป็นชื่อของเรือรบลำดับที่ 8 แห่งกองทัพเรืออังกฤษ ที่ได้ชื่อมาจากต้นโอ๊คเก่าแก่ที่พระเจ้าชาร์ลที่ 2 ได้หลบเข้าไปอยู่ภายในต้นโอ๊ค(ต้นลักษณะกลวง)เพื่อซ่อนตัวจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐสภาช่วงภาวะสงครามกลางเมือง Worcester ในปี คศ.1651

 

 

 

ช่วงเวลาในการเปิดตัว


Audemars Piguet Royal Oak ref.5402 A series

 

ในปี 1972 Audemars Piguet ก็ได้เปิดตัว Royal Oak อย่างเป็นทางการในงานนาฬิกาโลก (Basel Fair) ในราคา 3300 สวิสฟรังซ์ แพงกว่านาฬิกาเดรสเรือนทองของ Patek Philippe และแพงกว่า Rolex Submariner 10 เท่า ซึ่งไม่เคยมีปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อน สิ่งเดียวที่ AP บอกคือ คุณค่าของนาฬิกา ไม่มีเพียงแค่วัสดุ แต่มันเป็นการดีไซน์ นวตกรรม และความทรงคุณค่าของเครื่องภายในด้วย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ตลาดเห็นด้วย ในเบื้องต้น Royal Oak ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ถึงดีไซน์อันยุ่งเหยิง มองเห็นสกรูและแท่นซึ่งไม่มีใครทำ รวมทั้งการเชื่อมต่อสายกับตัวเรือนที่แปลกตา

 

อย่างไรก็ตาม เสน่ห์และคุณภาพ ของ Royal Oak ก็ไม่อาจถูกบดบังจากเสียงวิพากย์วิจารณ์ได้นาน ในที่สุด Collector ระดับสูง รวมทั้ง Trend setters ทั้งหลายได้เป็นผู้นำในการตอบรับอันนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างล้นหลาน จนกลายเป็นสัญญลักษณ์แห่งความสำเร็จของ Audemars Pequet ผู้ผลิตจาก Le Brassus.

 

Royal Oak ผลิตขึ้นครั้งแรก 1000 เรือนโดยใช้ A-Series ref. 5402 ใช้เวลาขายนานกว่า 1 ปี หลังจากนั้น ก็ผลิตอีก 1000 เรือนโดยใช้ A-Series ก่อนจะเปลี่ยนเป็น B และ C ตามลำดับ ซึ่งในปัจจุบัน A-Series เป็นหนึ่งในรุ่นสุดปรารถนาของนักสะสม ซึ่งจะสังเหตุง่าย ๆ คือ จะมีคำว่า AP อยู่ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา ไม่เหมือนกับรุ่นต่อมาที่ AP จะอยู่ตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกา

 

 

 

 

ที่ EXPERT WATCH เรามีสายนาฬิกาสำหรับ AP Royal Oak และ Offshore

ไม่ว่าจะเป็นสายหนังหรือสายยางรับเบอร์ คุณสามารถเปลี่ยนสไตล์ความสปอร์ตของนาฬิกาเพื่อความไม่จำเจ แต่ยังคงซึ่งความสปอร์ตและความหรูหรา

ไม่ว่าคุณจะใช้สายโลหะหรือสายหนังอยู่ก็สามารถเลือกความต้องการของคุณได้ที่ EXPERT WATCH ที่เดียวในประเทศไทย

 

ค้นหาสไตล์ของคุณได้ที่นี่ Click

10 อันดับ Rolex รุ่นยอดนิยมของคนไทย

10 รุ่นของโรเล็กซ์ที่คนไทยเสิร์ชหากันมากที่สุด (1)

     นาฬิกา Rolex เป็นนาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และยังไม่มีท่าทีว่าจะเสื่อมความนิยมลงแต่อย่างใด แม้แต่ในตลาดนาฬิกามือสอง นาฬิกาโรเล็กซ์ก็ยังคงเป็นนาฬิกาที่ราคาไม่ลดลงเหมือนกับนาฬิกาแบรนด์อื่นๆ กล่าวได้ว่า Rolex เป็นนาฬิกาที่ทำตลาดมือสองได้ดีมากกว่านาฬิกาแบรนด์อื่นๆเลยทีเดียว มีคำกล่าวว่า “พกนาฬิกาโรเล็กซ์ก็เหมือนกับพกเงินสดติดตัวไปด้วยทุกที แปลได้ว่านาฬิกาโรเล็กซ์ สามารถแลกเปลี่ยนได้เหมือนกับเงินตราฉันใดฉันนั้น

ในวันนี้ Expert Watch จะนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับนาฬิกา Rolex ที่เป็น 10 รุ่นยอดนิยมที่คนไทยค้นหากันมากที่สุด และนิยมสะสม ซึ่งนาฬิการุ่นต่างๆนี้ท่านผู้อ่านต้องเห็นผ่านตากันเป็นจำนวนมากในตลาดซื้อขายนาฬิกามือสอง แต่คงจะยังไม่ทราบว่านาฬิการุ่นไหนกันแน่ที่ผู้คนค้นหากันมากที่สุด วันนี้เราได้จัดนำเสนอข้อมูลมาให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบกัน โดยข้อมูลที่ทาง Expert Watch ได้จัดหามาได้เรียบเรียงความนิยมมาจาก Keyword Planner นั่นเอง

 

อันดับที่ 10 โรเล็กซ์ Milgauss

Rolex MilgaussMilgauss ถูกออกแบบมาเพื่อนีกวิทยาศาสตร์ซึ่งต้องทำงานคลุกคลีอยู่กับสนามแม่เหล็ก ซึ่งนาฬิกาแบบปกติจะได้รับผลกระทบจากพลังงานสนามแม่เหล็กเพียง 50-100เกาส์ แต่Milguass สามารถทนพลังงานจากสนามแม่เหล็กได้ถึง 1000เกาส์

 

อันดับที่ 9 โรเล็กซ์ Yacht-Master

Rolex Yacht-MasterYacht-Masterถูกออกแบบมาเพื่อนักแล่นเรือมืออาชีพซึ่งใช้ในการจับเวลา ซึ่งฟังก์ชั่นของนาฬิการุ่นนี้คือ

ตัวขอบหน้าปัดทำหน้าที่เป็นกุญแจสู่การนับเวลาถอยหลังที่สามารถตั้งเวลาได้ ซึ่งถือว่าเป็นการออกแบบที่สลับซับซ้อนแต่ใช้งานได้ง่าย

 

อันดับที่ 8 โรเล็กซ์ Daydate

Daydate เป็นนาฬิกาของผู้ทรงอิทธิพล เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1956 วางจำหน่ายในแบบแพลตตินั่มหรือทองคำ 18K

เท่านั้นฟังก์ชั่นหลักคือกการแสดงเวลาพร้อมกับวันแบบเต็มของสัปดาห์นั้นๆ โดยนาฬิการุ่นนี้มาพร้อมกับสายนาฬิกาแบบ President

 

อันดับที่ 7 โรเล็กซ์ Deepsea

 Deepsea เป็นผลจากการร่วมมือกับนักดำน้ำมืออาชีพกว่าทศวรรษ Deepseaสามารถกันน้ำได้ถึง 12,800ฟุต(3900เมตร)

พร้อมทั้งยังมีฟังก์ชั่นคายวาล์วแก๊สซึ่งสามารถปรับแรงดันภายในนาฬิกาเมื่อขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้นาฬิกาชำรุดเสียหาย

 

อันดับที่ 6 โรเล็กซ์ Explorer

 Explorer เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1953 หลังจากมนุษย์ปีนสู่ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกได้สำเร็จ

นาฬิการุ่นนี้เป็นผลผลิตและโนว์ฮาวทั้งหมดที่ได้มาจากเดินทางพิชิตยอดเขาหิมาลัยที่ผ่านการพัฒนามามากกว่าสิบปี

 

ทั้งหมดนี้เป็นนาฬิกา Rolex รุ่นยอดนิยมอันดับที่ 6-10 ที่มีผู้คนค้นหากันอย่างแพร่หลาย ส่วนอันดับ 1-5 จะเป็นนาฬิการุ่นใดนั้นขอให้ติดตามในตอนหน้าครับ

 

EXPERT WATCH ศูนย์ซ่อมนาฬิกาอันดับ 1 

 

ซ่อมนาฬิการ้านไหนดี.....การเลือกร้านซ่อมนาฬิกา

ซ่อมนาฬิการ้านไหนดี….วิธีเลือกร้านซ่อมนาฬิกา

 

ปัจจุบันการหาเครื่องบ่งบอกเวลาสักชิ้นหนึ่งเป็นเรื่องง่ายดายมาก เทคโนโลยีทำให้ Smart Phone เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากการดูเวลานั้นจึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับคนในยุคปัจจุบัน แต่กระนั้นนาฬิกาก็ยังคงมีบทบาทเป็นอย่างมากเช่นกัน เพราะไม่เพียงแต่ใช้เป็นเครื่องบ่งชี้เวลาเท่านั้น นาฬิกายังคงเป็นสิ่งที่บ่งบอกรสนิยมและยังเป็นมรดกตกทอดสำหรับคนในยุคปัจจุบันอีกด้วย มีหลายท่านชอบสะสมนาฬิกาไม่ใช่เพียงเพราะว่าหลงไหลในความสวยงามของนาฬิกา และความเที่ยงตรงของนาฬิกานั้นๆ แต่กลับเป็นเพราะหลงรักในประวัติศาสตร์ความเป็นมา ที่มาที่ไปของนาฬิกา หรือเป็นของสำคัญที่มีคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนหล่อหลอมให้นาฬิกาแต่ละเรือนนั้นแตกต่างจากสมาร์ทโฟนซึ่งสามารถใช้ดูเวลาได้เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง

 

ซ่อมนาฬิการ้านไหนดี   เมื่อนาฬิกาแต่ละเรือนมีความหมายไม่น้อย ทุกอย่างในโลกล้วนมีอายุขัยทั้งสิ้นไม่เว้นแม้กระทั่งสิ่งของ บางท่านเก็บรักษานาฬิกาเป็นอย่างดีแต่การเก็บรักษานั้นก็ไม่สามารถสู้กับกาลเวลาได้ สิ่งต่างๆนั้นก็ล้วนเสื่อมสภาพลงไป บางท่านใช้นาฬิกาอย่างไม่ระมัดระวังจนทำให้เกิดปัญหากับนาฬิกา หรือบางท่านระวังแล้วก็ยังเกิดอุบัติเหตุซึ่งทำให้นาฬิกาได้รับผลกระทบ เมื่อนาฬิกาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตก็ย่อมต้องสามารถซ่อมแซมได้ แต่การหาศูนย์ซ่อมนาฬิกาที่ดีและมีมาตรฐานนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเช่นกัน เพราะนาฬิกามีกลไกที่ค่อนข้างซับซ้อนและละเอียดอ่อนมากกว่าเครื่องจักรชนิดอื่น ดังนั้นปัจจัยในการเลือกศูนย์ซ่อมนาฬิกาก็ย่อมต้องละเอียดอ่อนมากเช่นกัน


ซ่อมนาฬิกาที่ไหนดีมาตรฐานในการซ่อมนาฬิกาเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด ความละเอียดอ่อนถือเป็นปัจจัยหลักเนื่องจากชิ้นส่วนในแต่ละส่วนของนาฬิกามีขนาดที่เล็กมาก ดังนั้นเราจึงเห็นช่างซ่อมนาฬิกาต้องสวมใส่กล้องขยายเพื่อมองชิ้นส่วนและอะไหล่ภายในตัวเครื่อง ความมีมาตรฐานนี้จำเป็นต่อความเที่ยงตรงของระบบนาฬิกาออโตเมติคเป็นอย่างมาก ซึ่งจะขอยกตัวอย่างในเรื่องของการ Overhaul หรือ การล้างเครื่องนาฬิกา โดยปกตินาฬิกาทุกเรือนจำเป็นต้องได้รับการล้างเครื่องทุกๆ 3-4 ปี ตามมาตรฐานของสวิส การล้างเครื่องนาฬิกานั้นต้องถอดชิ้นส่วนต่างๆของนาฬิกาออกมาทุกส่วนเพื่อทำการล้างตามขั้นตอน พร้อมทั้งประกอบกลับเข้าที่และหยอดน้ำมันตามแต่ละจุดอย่างถูกประเภท (ร้านซ่อมนาฬิกาที่ไม่ได้มาตรฐานจะใช้น้ำมันเพียง 1-2 ชนิด แต่ร้านซ่อมนาฬิกาที่ได้มาตรฐานจะใช้น้ำมัน 4-5 ชนิด จึงเป็นที่มาของคำว่ามาตรฐานสวิส) และเมื่อประกอบชิ้นส่วนต่างๆเข้าอย่างเรียบร้อยก็จะต้องนำนาฬิกามาวัดความเที่ยงตรงโดยใช้เครื่องตรวจวัดความเที่ยงตรง และทำการปรับแต่งให้ได้ค่าที่ถูกต้องตามมาตรฐานของนาฬิกาแต่ละเรือน ดังนั้นมาตรฐานจึงถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งในการเลือกร้านซ่อมนาฬิกา

ซ่อมนาฬิกาที่ไหนดี

ปัจจัยต่อมาที่เราต้องเลือกคือคือความรับผิดชอบต่อชิ้นงานและผลงานของศูนย์ซ่อมนั้นๆ มีคนในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมากที่นำนาฬิกาเรือนโปรดไปซ่อมแล้วผลที่ได้รับกลับมาคือ แย่กว่าเดิมหรือซ่อมแล้วไม่หายขาดจึงออกมาเตือนภัยกันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับศูนย์ซ่อมที่ไม่มีคุณภาพและไม่รับผิดชอบผลงานซ่อม ซึ่งกระทู้ในโลกออนไลน์ก็มีการกล่าวถึงร้านนาฬิกาที่วางยานาฬิกาลูกค้าเป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ขาดจริยธรรมเป็นอย่างมาก โดยปกติทั่วไปแล้วศูนย์ซ่อมนาฬิกาต่างๆมักประกันผลงานให้แก่ลูกค้าเป็นจำนวน 1 ปี หากภายในระยะเวลา 1 ปีนั้นส่วนที่ซ่อมไปมีปัญหาทางศูนย์ก็จะแก้ไขให้ในสิ่งที่ผิดพลาดหรือบกพร่องไป ในเรื่องความรับผิดชอบต่อชิ้นงานและความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าก็นับว่าเป็นหัวใจสำคัญในการซ่อมนาฬิกาเช่นกัน

 

โดยสรุป การเลือกร้านร้านซ่อมนาฬิกาหรือศูนย์ซ่อมนาฬิกานั้นสิ่งที่จำเป็นมากที่สุด คือ มาตรฐาน ความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบใหญ่ที่สุดในการเลือกที่จะเข้ารับบริการซ่อมนาฬิกาที่ท่านรัก ซึ่งถ้าหากร้านหรือศูนย์ซ่อมนาฬิกาปราศจากสิ่งเหล่านี้โดยสิ้นเชิงแล้ว ก็คงมีสภาพไม่ต่างอะไรกับหมอเถื่อน ที่รักษาคนไข้ไม่หาย แถมยังทำบาดเจ็บเพิ่ม และยังไม่รับผิดชอบ ดังนั้นการเลือกร้านซ่อมนาฬิกาก็เหมือนกับคนในสังคมที่มีทั้งดีและเลวปะปนกันไป และนี่คือสิ่งที่ Expert Watch ได้นำมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่ต้องการซ่อมนาฬิกาได้รับรู้โดยทั่วกัน