Blog

(tha) 5W2H กับ กลไก TOURBILLON ขั้นสุดของเรือนเวลา

Sorry, this entry is only available in Thai. For the sake of viewer convenience, the content is shown below in the alternative language. You may click the link to switch the active language.

What  is tourbillon?   

ระบบกลไกของนาฬิการะดับสูงมีมากมายหลากหลายรูปแบบอย่างเช่น Manual (ระบบไขลาน), Automatic (ระบบไขลานอัตโนมัติ) และ Quartz (ระบบควอทซ์)  และอีกหนึ่งในนั้นก็คือ Tourbillon (ตูบิยอง) สุดยอดระบบกลไกนาฬิการะดับสูงที่ได้รับการยอมรับจากนักสะสมทั่วโลกว่าเป็นหนึ่งในที่สุดของระบบกลไกนาฬิกา และต่างปรารถนาที่จะหามาครอบครองกัน ด้วยความยากในการผลิต วัสดุที่นำมาใช้ผลิตต้องมีคุณภาพสูงจึงทำให้สุดยอดระบบกลไกนี้มีต้นทุนการผลิตที่แพงโขเลยทีเดียวด้วยเหตุนี้ Tourbillon จะถูกบรรจุอยู่ในนาฬิการะดับสูงเท่านั้น

Who   invented tourbillon?

ผู้คิดค้นนวัตกรรมนี้ ก็คือ Abraham-Louis ช่างประดิษฐ์นาฬิกาชาว Swiss-French นอกจากนี้ Abraham-Louis Breguet ยังใช้เวลาอย่างยาวนานในการทดลองและทดสอบชุดชิ้นส่วนกลไกต่าง ๆ ของระบบ Tourbillon พร้อมบันทึกค่าเพื่อตรวจวัดความเที่ยงตรงจนหาค่าได้ตามที่ต้องการ

Where 
Abraham-Louis   ได้จดสิทธิบัตรระบบกลไกนี้ เมื่อปี 1801 ในกรุงปารีส

When 
    Abraham-Louis  ได้คิดค้นและพัฒนาระบบกลไกนี้ ในปี 1795 และได้จดสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 1801 หรือ 200 กว่าปีมาแล้วซึ่งเป็นยุคที่ช่างนาฬิกายังไม่รู้จักการคำนวนทางเทคนิคที่ซับซ้อนเหมือนในยุคปัจจุบัน ถือเป็นสิ่งที่ล้ำยุคที่สุดในวงการนาฬิกาขณะนั้น 

 Why 

ในสมัยก่อน ความรู้เรื่องโลหะวิทยายังไม่ก้าวหน้าเช่นปัจจุบัน นาฬิกาที่ประดิษฐ์ขึ้นล้วนแล้วแต่มีปัญหาความคลาดเคลื่อนอันเกิดจากอุณหภูมิและแรงดึงดูดของโลกด้วยกันทั้งสิ้น กลไก Tourbillon จึงเกิดขึ้นจากการหาความเป็นไปได้ในการทำให้กลไกนาฬิกาทำงานได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำยิ่งขึ้น


How

กลไก Tourbillon มีหลักอยู่ที่การนำ Balance Wheel และ Escapement ไปประกอบกันอยู่บนโครงที่หมุนได้ (เรียกว่ากรง Tourbillon) เพื่อหักล้างแรงโน้มถ่วงของโลกในการฉุดให้ชุด Balance Wheel และ Escapement เคลื่อนออกจากตำแหน่งในจุดใดจุดหนึ่งมากเหรือน้อยเกินไป

ในยุคแรกของกลไก Tourbillon นั้น ตัวกลไกจะหมุนรอบตัวเอง 360 องศาในระยะเวลา 60 วินาทีเพื่อลดความคลาดเคลื่อนของชุด Balance Wheel, Balance Spring และ Escapement โดยจะขับเคลื่อนด้วย Gear Train ที่วางอยู่บนชุด Main Plate อีกชั้นหนึ่งและ Abraham-Louis Breguet ยังได้คิดค้นชุด Balance Spring แบบพิเศษที่เรียกว่า Breguet Overcoil ที่ผ่านการคำนวนแล้วว่าช่วงโค้งของขด Spring จะต้องเป็นในรูปแบบใดและมีแรงกระทำที่เท่าใด แต่การจะกดให้ชุด Balance Spring ลงไปบนชุด Balance Wheel ได้ถูกต้องนั้นจะต้องใช้ความเชี่ยวชาญและอดทนอย่างสูงในการที่จะไม่ทำให้ขดของ Balance Spring เสียรูปทรงไป พออ่านมาถึงจุดนี้คงไม่สงสัยกันแล้วใช่มั้ยครับว่าทำไม Tourbillon ถึงเป็นที่สุดของระบบกลไกนาฬิกาและทำไมถึงมีราคาสูงขนาดนี้ แต่ที่เล่ามาเป็นเพียงแค่ต้นกำเนิดของระบบกลไก Tourbillon เท่านั้นนะครับ ยังมีการพัฒนาระบบกลไก Tourbillon ให้แม่นยำและเที่ยงตรงยิ่งขึ้นไปอีกซึ่งในวงการจะเรียกกันว่า Modern Tourbillon

 

How much

แบรนด์นาฬิการะดับสูงทั้งหลายต่างพยายามที่จะติดตั้งและพัฒนากลไก Tourbillon ให้กับนาฬิกาของตนไม่ว่าจะเป็น Breguet, Patek Philippe, Audemars Piguet เป็นต้น เพราะถือเป็นหน้าเป็นตา และศักดิ์ศรีของแบรนด์ตนเองหรือพูดง่าย ๆ ก็คือการโชว์เหนือกันนั่นเองครับ เพราะทุกคนต่างต้องการเป็นที่สุดกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ แต่ด้วยราคานี่สิที่เป็นปัญหา ไม่ใช่ว่าใครก็หามาครอบครองกันได้ง่าย ๆ ด้วยจุดนี้เองทำให้เกิดผู้ผลิตหน้าใหม่ แต่ฝีมือไม่ใหม่พยายามที่จะให้กำเนิดแบรนด์นาฬิกาที่ติดตั้งระบบกลไกแบบ Tourbillon ออกมาสู่วงการนาฬิกา แต่มีราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้นและมีชิ้นงานที่เนี้ยบไม่แพ้ใครอย่างเช่น Jaeger Lecoultre, Manufacture Royale, Tag Heuer จึงถือเป็นโอกาสที่ดี สำหรับผู้ที่สนใจจะปลดล็อคความเป็นที่สุดของตนเองและครอบครองความเป็นที่สุดของนาฬิกาได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ              

 

 

(tha) 10 เรื่องเกี่ยวกับ Patek Philippe ที่คุณอาจไม่เคยรู้

Sorry, this entry is only available in Thai. For the sake of viewer convenience, the content is shown below in the alternative language. You may click the link to switch the active language.

 Patek Phiippe  ถูกยกย่องว่าเป็น 1 ใน 3 ของ Top 3 แบรนด์นาฬิกาของโลก ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ความล้ำค่า และผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ  เรามาดู 10 เรื่องน่าทึ่งของ Patek Philippe ที่ทำให้ Patek Philippe ไปถึงจุดสูงสุดของศาสตร์แห่งการประดิษฐ์เรือนบอกเวลาที่รังสรรค์นาฬิกาที่ควรค่าแก่การสะสม และเป็นที่ต้องการจากทั่วทุกมุมโลก

  1. นาฬิกา Patek Philippe เป็นของหายาก ตั้งแต่ คศ. 1839 ถึงปัจจุบัน Patek Philippe  ผลิตนาฬิกาออกมาน้อยกว่า 1,000,000 เรือนซึ่งน้อยกว่านาฬิกา Hi end บางยี่ห้อ ผลิตใน 1 ปี เสียอีก Patek Philippe  พิถีพิถันในการผลิตทุกขั้นตอน ซึ่งแม้แต่นาฬิการุ่น basic ยังต้องใช้เวลาถึง 9 เดือนในการผลิต และ ใช้เวลาถึง 2 ปีในรุ่นที่ complicate

  2. ทุกชิ้นส่วนของ Patek Philippe  ใช้ช่างฝีมือในการผลิตแบบ manual เท่านั้น ซี่งเป็นเหตุผลว่าทำไม Patek Philippe  ถึงใช้เวลาในการผลิตนานถึง 9 เดือน – 2 ปีในรุ่นที่ Complicate

  3. Patek Philippe  ใช้พนักงานถึง 1035 คนเพื่อผลิตนาฬิกา 1 เรือน ตั้งแต่ ต้นจนจบ กระบวนการผลิต จำนวนนี้รวมถึง คนออกแบบระบบกลไก  คนผลิตชิ้นส่วนแต่ละชิ้น คนประกอบ เพื่อให้ได้

    นาฬิกาที่สมบูรณ์แบบ   แน่นอนเราคงไม่สามารถนึกถึงแบรนด์อื่นๆที่ใช้พนักงานจำนวนมากขนาดนี้ในการผลิตได้อีกแล้ว

  4. .  Patek Philippe  ได้สร้างสถิติไหม่ของการเป็นนาฬิกาที่แพงที่สุดในวันที่ 11 พย 2014  The Henry Graves Supercomplication  ผลิตในปี  1932 ได้ถูกประมูลไปในราคา 24 ล้านเหรียญสหรัฐ

    ซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุด ณ ขณะนั้น และไม่เปิดเผยว่าใครคือผู้ชนะประมูลในครั้งนั้น

  5. Patek Philippe  เก็บรวบรวมข้อมูลนาฬิกาทุกเรือนที่ผลิตตั้งแต่ ปี 1839 ในแต่เรือนจะมีประวัติของนาฬิกา และแม้ว่าจะไม่แสดงชื่อเจ้าของ เพื่อความ privacy แต่ก็เป็นที่รู้กันว่า บุคคล

    สำคัญระดับโลกต่างก็มี Patek Philippe  ไว้ในครอบครอง

  6. Patek Philippe  ให้ความสำคัญกับ Patek Philippe  DNA ไม่มี shortcut สำหรับทุกขั้นตอนการผลิต แม้แต่ case ก็ผลิตเอง ไม่ได้ จ้างที่อื่นผลิตเหมือนบางแบรนด์ และ Patek Philippe  ยังคง

    รักษาการผลิตแบบเดิม ที่ใช้ในปี คศ.1800

  7. Patek Philippe  คือนาฬิกาที่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า มูลค่า เพิ่มขึ้นหลายเท่าทั้งนาฬิกา modern และ vintage  ในปี 1970 Nautilus ราคา $3000  ปัจจุบันคุณอาจต้องจ่ายถึง $50,000   เพื่อชนะประมูลนาฬิการุ่นนี้ 

    เมื่อปีที่แล้ว Patek Philippe ก็สร้างสถิติอีกครั้งในวันที่ 13 พย 2018   Patek Philippe  รุ่น yellow gold  Ref. 2499 perpetual calendar chronograph ได้ถูกประมูลไปในราคา $3,915,000  ที่งานประมูล Sotheby’s ซึ่งเป็นราคาประมูลสูงสุดของปี 2018  และ 1 วันก่อนหน้านี้  Christie’s ได้ขาย Patek Philippe  อีกเรือนหนึ่งในรุ่น  yellow gold Ref. 2499 ไปในราคา  $3,234,905

  8. . สายนาฬิกา Patek Philippe  ใช้ระบบ manual  ข้อสายแต่ละข้อในรุ่น Nautilus ใช้เวลาในการตัดนานถึง 6 นาที 45 วินาทีก่อนจะนำมาประกอบด้วยความพิถีพิถัน และสายแต่ละเรือนใช้เวลาขัดถึง 7 ชม หลังประกอบเสร็จ

  9. Patek Philippe  เป็น 1 ใน 3  ของ The Holy Trinity     ซี่งประกอบด้วย Audemars Piguet, Patek Philippe  Philippe, and Vacheron Constantin

    (The holy trinity เป็นคำที่ใช้อ้างอิงนาฬิกาที่เป็น top three แบรนด์ในวงการอุตสาหกรรมผลิตนาฬิกา)

  10. Patek Philippe  ใช้เวลาออกแบบ new model นานถึง 3-5 ปี  ผู้เชี่ยวชาญของ Patek Philippe  ทำสิ่งที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆซี่งเน้นนำเสนอ model ใหม่มากมายเพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อ แต่ Patek Philippe  ใช้เวลาอย่างมากกับค้นคว้าการออกแบบ และพัฒนาซึ่งทำให้ Patek Philippe  เป็นที่ต้องการในตลาด

 

 

 

 

(tha) 10 ข้อกับการดูแล ROLEX ของคุณ

Sorry, this entry is only available in Thai. For the sake of viewer convenience, the content is shown below in the alternative language. You may click the link to switch the active language.

1 การทำความสะอาดอย่างง่ายๆ

      คุณสามารถรักษาความเงางามของนาฬิกาได้ด้วยการใช้ผ้าซุปเปอร์ไมโครไฟเบอร์หรือผ้าคอตตอนที่ออกแบบมาเฉพาะ เช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งคราว คุณยังสามารถล้างตัวเรือนและสายนาฬิกาโลหะ (ยกเว้นสายหนัง) ได้เป็นบางครั้งด้วยน้ำสบู่และแปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม  ในกรณีหลังใส่นาฬิกาขึ้นมาจากทะเล การชำระล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดเกลือและทรายที่เกาะอยู่เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ก่อนทำความสะอาดนาฬิกาของคุณ ควรตรวจสอบให้แน่ใจอยู่เสมอว่ามีการขันเกลียวเม็ดมะยมเข้ากับตัวเรือนให้แน่นเพื่อรับประกันการกันน้ำ

2. ตั้งค่าเวลาของ Rolex ต้องทำอย่างไร?

นาฬิกา Rolex สามารถตั้งค่าเวลาได้โดยปรับเม็ดมะยมและดึงออกไปยังสเกลที่สอง เข็มวินาทีขนาดเล็กจะหยุดลงเพื่อให้คุณสามารถตั้งเวลา แต่ละรุ่นมีคู่มือผู้ใช้แบบละเอียดของตนเองและระบบที่ต่างกัน โปรดดาวน์โหลดคู่มือตามความเหมาะสม

3. ทำการขัดลบรอยขีดข่วนสายและตัวเรือน Rolex ได้หรือไม่?

การขัดลบรอยขีดข่วนต้องทำด้วยช่างผู้ชำนาญการ เท่านั้นเพราะผลลัพท์ที่ออกมาจะมีผลต่อความสวยงามและมูลค่าของนาฬิกา ซึ่งหากเกิดความผิดพลาดบางครั้งไม่สามารถ แก้ไขได้อีกการขัดนั้นมีค่าใช้จ่ายมากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดและความลึกของรอยบนตัวเรือนและสาย

 

4. ต้องไขลานนาฬิกา Rolex ไหม?

   ถ้าคุณสวมใส่นาฬิกา Rolex ทุกวันก็ไม่จำเป็นต้องไขลานเพราะ เมื่อคุณขยับข้อมือทำกิจกรรมในแต่ละวัน โรเตอร์ Perpetual ภายในจะส่งพลังงานไปยังนาฬิกา ช่วยให้แหล่งพลังงานที่ควบคุมนาฬิกาทำงานได้อย่างต่อเนื่อง  เมื่อคุณถอดนาฬิกาวางไว้ นาฬิกาจะสะสมพลังงานไว้ขับเคลื่อนกลไกต่อไปอีก  ขึ้นอยู่กับนาฬิกาแต่ละรุ่น ในการไขลานให้เรื่มทำงาน ให้หมุนคลายเม็ดมะยมทวนเข็มนาฬิกา ตัวมะยมจะดีดตัวออกจากตำแหน่งชิดตัวเรือน แล้วหมุนตามเข็มนาฬิกาประมาณ 20 ครั้ง และขันเม็ดมะยมให้สนิทเข้ากับตัวเรือนเพื่อป้องกันน้ำและความชื้นเข้า

 
5. นาฬิกา Rolex มีแบตเตอรี่หรือไม่?

นาฬิกา Rolex ใช้พลังงานจากโรเตอร์ Perpetual ภายในนาฬิกาที่มีการแกว่งเบาๆ เมื่อคุณขยับข้อมือพลังงานจะถูกส่งไปยังลานของนาฬิกา  หากคุณถอดนาฬิกาวางไว้ นาฬิกาจะสะสมพลังงานไว้ขับเคลื่อนกลไกต่อไปอีกโดยประมาณสองวันขึ้นอยู่กับนาฬิกาแต่ละรุ่น เพื่อให้นาฬิกายังคงทำงานต่อไป คุณเพียงแค่ต้องหมุนปรับกลไกด้วยตนเองเพื่อให้นาฬิกากลับมาทำงานตามปกติอีกครั้ง 

 
6. นาฬิกา Rolex ทุกเรือนสามารถกันน้ำได้หรือไม่?

นาฬิกา Rolex ทุกเรือนมีประสิทธิภาพในการกันน้ำที่ระดับความลึก 100 เมตร สำหรับรุ่น Oyster Perpetual และ 50 เมตร ในรุ่น Cellini ใน Oyster บางรุ่นสามารถทนทานได้ลึกถึง 1,220 เมตร หรือมากที่สุดถึง 3,900 เมตร เพื่อดูแลนาฬิกาของคุณให้คงประสิทธิภาพในการกันน้ำ เม็ดมะยมของ Rolex ควรถูกขันไว้อย่างแน่นหนาเพื่อปิดผนึกสุญญากาศ เมื่อทำการตั้งเวลาและวันที่ใหม่ หรือไขลานนาฬิกาด้วยตนเอง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเม็ดมะยมถูกขันจนแน่นและไม่สามารถหมุนต่อได้อีก หลังใส่นาฬิกาขึ้นมาจากทะเล การชำระล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดเกลือและทรายที่เกาะอยู่เป็นสิ่งที่สำคัญ

https://www.rolex.com/th/about-rolex-watches/tested-to-extremes.html

 
7.สามารถเล่นกีฬาขณะใส่นาฬิกา Rolex ได้หรือไม่?

คุณสามารถเล่นกีฬาขณะใส่นาฬิกา Rolex ไว้บนข้อมือ ขณะที่ ตัวเรือน Oyster ของ Rolex ช่วยให้กลไกการทำงานได้รับการปกป้องจากการกระแทก นาฬิกา Rolex ทุกเรือนมีประสิทธิภาพในการกันน้ำที่ระดับความลึก 100 เมตร สำหรับรุ่น Oyster Perpetual และ 50 เมตร ในรุ่น Cellini 

   

8.นาฬิกา Rolex ของคุณเดินเร็วหรือช้า ควรต้องทำอย่างไร?

การเดินเร็วหรือช้าของนาฬิกาขึ้นอยู่กับหลายสาเหตุ หากเดินเร็วหรือช้าอาทิตย์ละครึ่งนาที อาจจะเกิดจากการใช้งาน ควรนำมาเช็คว่าสามารถปรับได้หรือไม่หรือจำเป็นต้องล้างเครื่อง     ถ้าเดินช้าไม่กี่นาทีต่อเดือน ก็อาจจะเกิดจากน้ำมันหล่อลื่นเริ่มเสื่อมสภาพ  ในกรณีเดินเร็วเยอะ อาจเกิดจากระบบสายใยเริ่มมีปัญหา

Expert ยินดีให้บริการตรวจเช็คฟรี พร้อมแนะนำให้เปลี่ยนอะไหล่เฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และรับประกันงานซ่อม 1 ปี เพื่อให้คุณสบายใจและแน่ใจได้ว่านาฬิกา Rolex ของคุณจะได้รับการซ่อมและดูแลอย่างพิถีพิถัน ด้วยค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล

 
9.ต้องนำนาฬิกา Rolex เข้ารับบริการบ่อยเพียงใด?

เพื่อรับประกันการแสดงเวลาที่เที่ยงตรงและประสิทธิภาพในการกันน้ำอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรฐานสมาคมนาฬิกาสวิสแนะนำให้คุณนำนาฬิกามารับการบริการจากผู้เชี่ยวชาญ  ทุก ๆ 3-5 ปี หรืออย่างมากที่สุดไม่เกินสิบปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นของนาฬิกาและการใช้งานจริง

 
10 การให้บริการล้างเครื่องของ Expert watch ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

เมื่อนาฬิกาของคุณเข้ารับบริการกับ Expert Watch นาฬิกาจะถูกถอดออกและส่วนประกอบทั้งหมดจะได้รับการทำความสะอาดด้วยคลื่นความถี่และเครื่องล้างอัตโนมัติคุณภาพสูง (การล้างด้วยมือไม่สามารถทำได้) แต่ละชิ้นส่วนจะถูกวิเคราะห์โดยละเอียดว่า ชิ้นส่วนใดจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่  หยอดน้ำมันหล่อลื่นกลไกการทำงานด้วยความพิถีพิถันตามแต่ละจุดด้วยน้ำมันเฉพาะถึง 6 ชนิด (ซึ่งร้านที่ไม่ได้มาตรฐานจะใช้นำมันแบบครอบจักรวาลเพียง 1-2 ชนิดเท่านั้น) แล้วจึงทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อรับประกันการแสดงเวลาที่เที่ยงตรง ตัวเรือนและสายนาฬิกาจะได้รับการทำความสะอาด จากนั้น Rolex ของคุณจะถูกผ่านการทดสอบด้านเทคนิคด้วยความเข้มงวดและตรวจสอบเพื่อรับประกันประสิทธิภาพในการกันน้ำ การสำรองพลังงาน และความเที่ยงตรง หลังดำเนินการบริการโดย Expert Wach เสร็จเรียบร้อยแล้ว นาฬิกาของคุณจะได้รับการรับประกันเป็นเวลา 1 ปีเต็ม

                                                            
 ปรึกษาปัญหานาฬิกาฟรี เชิญที่ Expert ทั้ง 12 สาขา หรือ ที่ สำนักงานใหญ่                        

 

(tha) ประวัตินาฬิกา Patek Philippe

Sorry, this entry is only available in Thai. For the sake of viewer convenience, the content is shown below in the alternative language. You may click the link to switch the active language.

                  กล่าวกันในแวดวงนาฬิกาว่า Rolex คือ Mercedez Benz ส่วน Patek Philippe นั้นคือ Rolls Royce แห่งวงการ ซึ่ง ณ วันนี้หลายคนคงกล้าพูดได้อย่างเต็มปาก ถึงความเป็นสุดยอดแบรนด์ระดับโลกที่ Patek Philippe สามารถพัฒนาตนเองสู่ความเป็นผู้นำระดับแถวหน้าได้อย่างน่าภาคภูมิ เป็นที่ยอมรับของบุคคลชั้นสูงทุกวงการ นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าของสถิติการประมูลนาฬิกาที่น่าตื่นตาตื่นใจ อย่างเช่น นาฬิกาพกหายากเรือนหนึ่งสามารถเข้าไปบันทึกอยู่ใน Guiness Book ด้วยราคาประมูลถึง Us $ 11,002,500

               ย้อนกลับไปถึงประวัติความเป็นมาของนาฬิกา Patek Philippe ซึ่งมีเรื่องราวให้กล่าวขานถึงมากมายถึงความสำเร็จที่มีประวัติอันยาวนานและยังเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะแค่กลุ่มคนรักนาฬิกาเท่านั้น โดยบริษัทแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1839 โดย อังตวน นอร์เบิร์ต เดอ ปาเต็ก (Antoine Norbert de Patek) กับช่างทำนาฬิกามากความสามารถ ฟรองซัวส์ ซีซาเป็ค (Francois Czapek) ก่อตั้งบริษัท ปาเต็ก, ซีซาเป็ค แอนด์ ซี. Patek,Czapek & Cie.

             ในช่วงนั้น โดยมุ่งเน้นรังสรรค์และผลิตนาฬิกาคุณภาพสูงออกมาโดยมียอดการผลิตอยู่ที่ประมาณปีละ 200 เรือน หลังจากนั้นเพียง 6 ปี Czapek ได้ตัดสินใจแยกตัวออกไป และในปี ค.ศ. 1844 Patek จึงได้มีโอกาสพบกับช่างทำนาฬิกาอีกท่านหนึ่ง นามว่า Jean-Adrien Philippe ซึ่งจากจุดเริ่มต้นของการพบกันระหว่างคนสองคนที่มีอุดมการณ์สอดคล้องกัน

             สำหรับ Jean-Adrien Philippe นับว่าเป็นช่างนาฬิกาผู้มีพรสวรรค์ในการประดิษฐ์คิดค้นระบบต่างๆ ของกลไกในเครื่องนาฬิกา ได้สร้างชื่อเสียง เป็นอย่างมากให้กับบริษัท โดยคิดค้นระบบไขลานและตั้งเวลาของนาฬิกาโดยใช้เม็ดมะยมแทนกุญแจในแบบดั้งเดิม

              ในปี 1851 ชื่อเสียงของ Patek Philippe เริ่มขจรขจาย จากงาน The Great Exhibition ใน London ซึ่งในครั้งนั้นนาฬิกาที่ไม่ต้องใช้กุญแจไขลานเรือนแรกที่นำออกแสดง ได้รับความชื่นชมจาก Queen Victoria อย่างมากจนเป็นหนึ่งในลูกค้าอันเหนียวแน่น ลูกค้าระดับบิ๊กเนมของ Patek Philippe ไม่เว้นแม้แต่นักวิทยาศาสตร์นามอุโฆษอย่างไอน์สไตน์ รวมถึง แมรี่ คูรี่ย์ อีกด้วย

            ในปี 1929 บริษัท Patek Philippe ได้ถูกซื้อกิจการไปโดยครอบครัว Stern ซึ่งยังคงเป็นครอบครัวที่ดำเนินกิจการของแบรนด์เครื่องบอกเวลาชื่อดังระดับโลก อย่าง Patek Philippe ตราบจนทุกวันนี้ และสิ่งที่ทำให้ Patek Philippe ยืนเป็นอันดับหนึ่งได้อย่างมั่นคงก็คือ ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาซึ่งพิสูจน์ได้จากรางวัลต่าง ๆ และสิทธิบัตรมากมายกว่า 100 ปีที่ได้รับ และการยืนหยัดในปรัชญาการทำงานทุกอย่างให้มีคุณภาพอย่างที่สุดโดยไม่หวั่นไหวไปตามกระแส จึงทำให้สถานะของ Patek Philippe เป็นมรดกอันมีค่าจากรุ่นสู่รุ่น

 

(tha) 10 รุ่นของโรเล็กซ์ที่คนไทยเสิร์ชหากันมากที่สุด (2)

Sorry, this entry is only available in Thai. For the sake of viewer convenience, the content is shown below in the alternative language. You may click the link to switch the active language.

     บทความนี้เป็นบทความ ต่อจากบทความตอนที่แล้วซึ่ง   Expert Watch ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับนาฬิกา Rolex ที่เป็น 10 รุ่นยอดนิยมที่คนไทยค้นหากันมากที่สุด ในบทความนี้จะเป็นรุ่นที่คนค้นหามากสุดในอันดับที่  1-5 

 

อันดับที่ 5

Rolex GMT

      ในปี 1955 GMT-Master พัฒนาขึ้นเพื่อให้ตรงต่อความต้องการที่เจาะจงของนักบินในสายการบิน Rolex กลายเป็นนาฬิกาที่ใช้กันอย่างเป็นทางการในหลายๆ สายการบิน อาทิเช่น Pan American World Airways ที่มีชื่อเสียงซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ Pan Am คุณลักษณะที่มองเห็นได้และโดดเด่นที่สุดก็คือขอบหน้าปัดสองสีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงเวลากลางวันและกลางคืน
GMT Master รุ่นแรกนี้มี นิคเนมว่า “Pussy Galore,” ตามชื่อตัวละคร “Pussy Galore” (แสดงโดย Honor Blackman) ในหนัง James Bond Goldfinger (ปี 1964.)

 

อันดับ     #4

Rolex Oyster Perpetual

        ในปี 1926 Rolex ได้สร้างประวัติศาสตร์โดยผลิตนาฬิกาข้อมือเรื่อนแรกของโลกที่กันน้ำได้ เพื่อสาธิตและทำให้สิ่งประดิษฐ์ใหม่นี้เป็นที่รู้จัก ในปี 1927 Rolex Oyster ได้ข้ามช่องแคบอังกฤษไปพร้อมกับ Mercedes Gleitze นักว่ายน้ำสาวชาวอังกฤษ การว่ายน้ำกินเวลามากกว่า 10 ชั่วโมงและนาฬิกาก็ยังทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อถึงปลายทาง ทำให้ Oyster Perpetual เป็นที่กล่าวขานอย่างรวดเร็ว

อันดับ # 3

Rolex Datejust

ปี 1945 เป็นปีที่ Datejust นาฬิกาข้อมือที่มีกลไกไขลานอัตโนมัติเรือนแรกซึ่งบอกวันที่ไว้ในหน้าต่างบนหน้าปัดได้ถือกำเนิดขึ้น Datejust นาฬิกาที่ยอดเยี่ยมเรือนนี้มาพร้อมกับสาย Jubilee ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตัวเรือนและขอบหน้าปัดแบบร่อง ซึ่งจะทำให้จดจำได้ทันทีว่าเป็น Rolex จึงเป็นเอกลักษณ์ประการหนึ่งของคอลเลคชั่น Oyster เริ่มแรกนั้น Datejust ออกแบบขึ้นหลากหลายแบบสำหรับสุภาพบุรุษ แต่ในทศวรรษต่อมาก็เริ่มมีการออกแบบสำหรับสุภาพสตรี

 

อันดับ  # 2 

Rolex Daytona

           นาฬิกา Cosmograph Daytona เปิดตัวในปี 1963 ผ่านงานดีไซน์ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของนักแข่งรถมืออาชีพ นาฬิกาที่รวบรวมชื่อและฟังก์ชั่น เข้ากับโลกแห่งการขับรถแข่งสมรรถนะสูง ห้าสิบปีภายหลังจากการสร้างสรรค์ นาฬิกา Cosmograph Daytona ยังคงยืนหยัดสถานการณ์เป็นสุดยอดโครโรกราฟของนาฬิกาสปอร์ต

 

อันดับ #1

Rolex Submariner

            Oyster Perpetual Submariner คือ นาฬิกาเพื่อการอ้างอิงสำหรับนักดำน้ำ ถือ เป็นอุปกรณ์บอกเวลาที่สร้างสรรค์มาเพื่อพิชิตความลึกเปิดตัวครั้งแรกในปี 1953 Submariner คือนาฬิกาเรือนแรกที่สามารถกันน้ำที่ระดับความลึก 100 เมตร (330 ฟุต) นับเป็นครั้งที่สองของความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในด้านความชำนาญทางเทคนิคการกันน้ำ หลังจากที่ได้สร้างสรรค์นาฬิการุ่น Oyster ซี่งเป็นนาฬิกาข้อมือกันน้ำเรือนแรกของโลก ในปี 1926

          นอกจากนี้  Submariner ยังถือเป็นตัวกำหนดมาตรฐานให้กับนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำ และเป็นจุดพลิกโฉมครั้งสำคัญในวงการผลิตนาฬิกา

Batman become straps

#Batman become straps
Hans Stich X Horween

.
อีกครั้งกับการเปิดตัวสายรุ่นใหม่
Royal Blue Bat

——————————————

[ Exclusive only @ Expert Watch ]

สายนาฬิกาหนังวัว Horween ตำนานจากประเทศอเมริกา
โดยผู้ผลิตสายนาฬิกามืออาชีพแบรนด์ Hans Stich

 

หนังที่นำมาใช้คือ Royal Blue Nubuck จาก Horween โรงฟอกดังระดับตำนานจากชิคาโก มีการเคลือบกันน้ำ waterproof ไม่เป็นรอยด่างเมื่อเปียกน้ำ มีความนุ่มนวลสวมใส่สบายข้อมือ และไม่เป็นรอยขีดข่วนง่าย 

เย็บมือด้วยด้าย ลินินจากฝรั่งเศส Fil Au Chinois สี Natural White ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ชั้นสูงเช่นกระเป๋า Vuitton, Hermes ฯลฯ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ในราคาแค่ 4200 บาท ไม่ถึง ครึ่งเดียวของสายยางที่เป็น Mass Production.

 

แรงบันดาลใจจาก Rolex Black Blue อันลือลั่น
การออกแบบทรงพลังให้ความด้วยหัวสายขนาด 26มม. ตัดแต่งให้เข้ากับหูสายขนาด 20มม.

สำหรับ Rolex Sport โดยเฉพาะ 
(Submariner,Daytona,GMT,Explorer ฯลฯ)

 

 

Royal Blue Bat ใส่เข้ากับนาฬิกา Rolex รุ่นไหนก็สวย

ราคาเพียง 4200 เท่านั้น พิเศษช่วงเปิดตัวแถมหัวเข็มขัดทรง Batman

 

หัวเข็มขัดแบทแมนสีทอง สำหรับนาฬิกาตัวเรือนสีทอง

หัวเข็มขัดแบทแมนสีดำ PVD สำหรับนาฬิกาตัวเรือนสีดำ

 

สายมีการเจาะรูชิดเป็นพิเศษเพียง 0.5 มม เพื่อให้มั่นใจว่า ท่านจะได้ใส่สายที่มีขนาด พอดีเป๊ะ กับข้อมือไม่เกิดปัญหาว่าใส่รูหนึ่งก็รู้สึกหลวมไปแต่ใส่อีกรูหนึ่งก็รู้สึกคับไป ไม่สบาย เมื่อใส่พอดีข้อมือ ก็จะยืดอายุการใช้งานของสายไปด้วย

 

 

 

Click >> หนังวัว Horween คืออะไร << Click

 

สอบถามข้อมูล/สั่งซื้อสินค้าออนไลน์
Line : @epwatch

โทร 063-991-1115 (พีซ)

 

สายนาฬิกาสำหรับ Rolex แบบอื่นๆ

 

Benz เกี่ยวข้องอย่างไรกับ Rolex

Benz เกี่ยวข้องอย่างไรกับ Rolex

 

สัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่และสามารถมองเห็นได้เลยนั่นคือสัญลักษณ์โลโก้ของ Mercedes Benz 
ที่อยู่บนเข็มชั่วโมงของนาฬิกา Rolexโดยลักษณะของเข็มรูปทรงนี้โดนลอกเลียนแบบ 

 

ไปอย่างแพร่หลายแต่แท้จริงแล้ว Rolex ได้เป็นผู้ออกแบบและนำมาใส่เป็นแบรนด์แรก
ตั้งแต่ช่วงกลางปี 1950

.
เรื่องราวเป็นมาอย่างไร EXPERT WATCH จะเล่าให้ฟัง

.

สัญลักษณ์ดวงดาวสามแฉกของรถหรู Mercedes Benz
แสดงถึงจุดยืนของการเดินทางในแต่ละวิธี คือ Land,Sea and Air

 

หลายคนเชื่อว่า Rolex เลือกใช้สัญลักษณ์
ดาวสามแฉกนี้ในเข็มชั่วโมงของนาฬิกา
รุ่น Sport lineเพื่อเป็นการสื่อถึงความสามารถ
และความตั้งใจในการพิชิตชัยกับสภาวะแวดล้อมต่างๆ

นั่นคือ…

Explorer II : Land
Submariner : Sea
GMT-Master : Air

บ้างก็เชื่อกันว่าสัญลักษณ์ Benz บนเข็มชั่วโมง เป็นการสื่อเพื่อระลึกถึงนักว่ายน้ำมืออาชีพชาวอังกฤษ นามว่า Mercedes Gleitze

 

โดยในระหว่างปี 1927 ที่เธอประสบความสำเร็จในการ
ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษที่ใช้เวลายาวนานมากกว่า 10 ชั่วโมงซึ่งในข้อมือของเธอนั้น

สวมใส่นาฬิกา Rolex Oyster และนาฬิกาก็ยังคงทำงานเพอร์เฟ็คเหมือนเดิม

.
Rolex ได้ใช้ความพยายามในการว่ายน้ำข้าม
ช่องแคบอังกฤษของ Mercedes Gleitze เป็นแคมเปญ
ในการโฆษณานาฬิกา Rolex ว่าสามารถกันน้ำได้อย่างแท้จริง

 

โดยในเวลานั้นมีโรงงานผลิตนาฬิกาอื่นเป็นจำนวนมาก
ที่เคลมไว้ว่านาฬิกาของตนเองก็สามารถกันน้ำได้เช่นกัน (Water Resistance)

อย่างไรก็ตามการที่ Gleitze ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษ
เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้ผู้คนทั่วโลกได้ประจักษ์และตระหนักถึง Oyster Caseตัวเรือนนาฬิกาที่สามารถกันน้ำเข้าภายในตัวเรือนได้อย่างดีที่สุด

.

จนถึงปัจจุบัน Rolex ยังคงใช้ชื่อของ Gleitze’s เป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดให้กับนาฬิกา Rolex และยังมีหลายๆคนเชื่อว่าสัญลักษณ์ Mercedes ที่ปรากฏบนเข็มชั่วโมงของนาฬิกา Rolex Sport

.
เป็นการที่บริษัท Rolex แอบแฝงและทรอดแทรกวิธีการอันลึกซึ้งเพื่อเป็นการยกย่องสตรีนักว่ายน้ำชาวอังกฤษผู้พิชิต การว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษ ซึ่งสร้างเกียรติยศให้กับ Rolex ในหน้าหนังสือประวัติศาสตร์ของโลก นามว่า Mercedes Gleitze

.
ความจริงจาก Rolex

Rolex ยังไม่คอนเฟิร์มถึงเรื่องราวที่ได้กล่าวมาทั้งหมด และน่าจะเป็นไปได้ว่า การที่ Rolexนำสัญลักษณ์ Mercedes มาใช้ในการดีไซน์ให้ปรากฏบนเข็มชั่วโมง เพื่อให้เข็มชั่วโมงมีหน้าที่กว้างขึ้นได้มากที่สุดสำหรับการเพ้นท์พรายน้ำลงไป

นอกจากนี้สัญลักษณ์ดวงดาวสามแฉกยังช่วยให้เราสามารถมองเห็นในที่ที่มีแสงน้อยและจำแนกได้อย่างชัดเจนว่ามีความแตกต่างจากเข็มนาที

และยังมีความเป็นไปได้อีกว่า สัญลักษณ์ดาวสามแฉกที่พบในบรรดานาฬิกาข้อมือ Rolex Sportอาจจะเกิดจากวิวัฒนาการโดยปกติของ Rolex ซึ่งถึงแม้ว่า Rolex Sport จะยังคงพัฒนาไปเรื่อยๆแต่ก็ยังคงใช้เข็มลักษณะเดิม

.
เข็มลักษณะดาวสามแฉกนี้ มีชื่อเรียกว่า Cathedral hands ซึ่งสามารถพบได้ในนาฬิกาจากทั่วทั้งโลกที่ผลิตขึ้นจากหลายโรงงาน หลังจากการเปิดตัว Mercedes Hour Hand ของ Rolex

เป็นไปได้มากทีเดียวว่าเข็มชั่วโมงรูปทรงดาวสามแฉกนี้เป็นความตั้งใจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงเพื่อความสวยงามที่สามารถแบ่งแยกได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม Rolex ก็ได้ค้นพบพบมันและทำให้เรารู้จักกับ
“ Mercedes Hour Hand”

แปลและเรียบเรียงโดย EXPERT WATCH

AP Royal Oak

เจาะลึก Audemars Piguet Royal Oak หนึ่งในนาฬิการะดับโลก

เจาะลึก AP Royal Oak หนึ่งในนาฬิการะดับโลก

 

 

เมืองบาเซิล เดือนเมษายน ปี 1972 ในงานนาฬิการะดับโลก Swiss Watch Show (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นงาน Basel world) Audemars Piguet ได้เปิดตัวนาฬิกาเรือนเหล็ก ที่หลอมรวมกับสายเหล็กอันหรูหราที่ปฏิวัติรูปการดีไซน์ที่เคยมีมาอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ “Royal Oak”  นาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความโดดเด่นและความสำเร็จระดับโลกรุ่นหนึ่งเท่าที่เคยมีมา

 

เรื่องราวเป็นมาอย่างไร EXPERT WATCH จะเล่าให้ฟัง

ย้อนกลับไปในปี 1970 บริษัทนาฬิกาAudemars Piguet ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกับแบรนด์นาฬิกาสวิสอื่นๆทั่วไปที่ต้องเผชิญกับปัญหาภาวะการเงิน เนื่องจากนาฬิการะบบ Quartz จากญี่ปุ่น ได้ทะลักเข้ามาภายในตลาดนาฬิกาทั่วโลกปรากฎการณ์นี้เรียกกันว่า “The Quartz Crisis” ซึ่งทำให้ผู้ผลิตนาฬิกาจากประเทศสวิสคิดไม่ตกว่าจะตีฝ่าวิกฤตที่ทำให้ยอดขายตกออกไปได้อย่างไรในปี 1971 บริษัท Audemars Piguet ได้ตระหนักถึงความเป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นคือ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบ “หยุดโลก” แล้ว บริษัทคงไม่สามารถรอดพ้นจากการล้มละลาย และเมื่อได้พิจารณาอย่างละเอียดแล้วว่า ในตลาดนาฬิกาประเทศอิตาลีความสนใจเกี่ยวกับนาฬิกา Luxury ที่ผลิตมาจาก Steel

 

ทางคณะผู้บริหารจึงได้สินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องสร้างสิ่งใหม่ขึ้น ให้มีความสปอร์ตและความงดงามแบบที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน
Gerald Genta ดีไซน์เนอร์นักออกแบบนาฬิกาที่มีชื่อเสียงที่สุดในขณะนั้น ได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้ออกแบบ Royal Oak

 

 

ออกแบบ Royal Oak

 

Georges Golay ผู้บริหารของ AP

 

Georges Golay ผู้บริหารของ AP ในสมัยนั้น ได้นัด Gerald Genta ในเวลา 4 โมงเย็น หลังงาน BeselWorld ในปี 1971 เพื่อบรีฟงานตามความต้องการที่จะให้ออกแบบนาฬิกาที่มีความสปอร์ต สามารถใส่ได้ทุกโอกาส และมีความประณีตสวยงามในแบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน พร้อมทั้งขอดูแบบในวันรุ่งขึ้น และในเช้าวันรุ่งขึ้น Gerald Genta ก็ได้เสกสรรค์แบบร่างของนาฬิกาที่เรียกว่า “Royal Oak” ซึ่งเขากล่าวในภายหลังว่า ผลงานที่เป็น MasterPiece ในอาชีพของเขาคือ “Royal Oak” นั่นเอง

 

Gerald Genta ดีไซน์เนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังนาฬิการะดับโลก

 

 

อะไรคือแรงบันดาลใจ


Gerald Genta ได้รับแรงบันดาลใจในดารออกแบบมาจากรูปทรงของหมวกดำน้ำในสมัยนั้น จึงนำมาสร้างสรรค์ให้เป็นดีไซน์ โดยใช้ขอบ Bazel รูปทรงแปดเหลี่ยม ยึดติดกับตัวเรือนโดยใช้สกรูทองรูปทรง 8 เหลี่ยม 8 ตัว มีระบบกันน้ำ หน้าปัทม์สีน้ำเงินลาย petit tappisserie motif หนาเพียง 7 มม. แต่มีขนาดใหญ่เล็กน้อย (ในยุค1970นิยมนาฬิกาเรือนเล็ก) มีขนาดตัวเรือน 39 มม. ผสานกับสายนาฬิกาโลหะที่ทำจากสแตนเลสสตีลซึ่งถูกขัดเกลาขึ้นมาอย่าประณีตและสวยงามได้อย่างลงตัวที่สุด

 

 

 

ต้นแบบ Royal Oak เรือนแรกของโลก

ต้นแบบนาฬิกา Royal Oak ได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยทองคำขาว เพื่อเก็บรายละเอียดจากงานต้นแบบดีไซน์ของ Gerard Genta เนื่องจากเครื่องมือที่จะใช้ผลิต stainless steel มีต้นทุนสูงเกินไปที่จะสร้างต้นแบบให้ได้ตามที่ Genta ต้องการระบบกลไกของเครื่องต้องเลือกใช้เฉพาะเครื่องที่สวยงามสมบูรณ์แบบจึงได้ใช้เครื่อง Cal.2121 และเครื่องรุ่นนี้ก็ยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน ในรุ่น Royal Oak Jumbo ref.15202 ตัวเครื่อง Cal.2121 ได้ถูกดัดแปลงมาจากเครื่อง AP. Cal.2020 ซึ่งมีการพัฒนาโดยการเพิ่มฟังก์ชั่นวันที่เข้าไปด้วย

 

 

 

สิ่งที่น่าสนใจของเครื่อง Cal.2120 คือ

 


เครื่อง Cal.2120 ได้ถูกนำมาใช้ในปี 1967 เป็นผลงานความสำเร็จจากโปรเจคที่นำโดย Jaeger-Lecoultre ได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคนิคจาก Audemars Piguet โดยการระดมทุนจากสามบริษัทนาฬิกายักษ์ใหญ่ที่ต้องการผลิต ตัวเครื่องระบบ Automatic ให้มีขนาดบางมากที่สุด อันได้แก่ Audemars Pigeut, Patek Philippe และ Vacheron Constantinโดยความพยายามร่วมกันนี้ก็ได้สร้างสรรค์กลไกเครื่องนาฬิกา Jaeger LeCoultre Cal.920 ออกมาเป็นนวัตกรรมที่ก้าวล้ำและมีความเที่ยงตรงสูงมาก และตัวเครื่องนี้ลูกค้าที่เป็นบริษัทสามยักษ์ใหญ่ก็ได้นำไปใช้และเปลี่ยนชื่อเครื่องแตกต่างกันไป

 

Audemars Piguet ใช้ชื่อว่า Cal.2120
Patek Philippe ใช้ชื่อว่า 28-255C
Vacheron Constantin ใช้ชื่อว่า 1120

 

ความสูงโดยรวมทั้งหมดของเครื่อง Cal.2121 เท่ากับ 3.05 มม. มีความถี่ 19,800 รอบต่อชั่วโมง พร้อมระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือน เครื่องนี้จึงเหมาะสมที่สุดที่จะได้นำมาใช้กับนาฬิกาสปอร์ตอย่าง Royal Oak

 

 

 

 

Royal Oak ชื่อนี้มีที่มาจากไหน?.

อย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นแรงบันดาลใจในการออกแบบ Royal Oakมาจากหมวกดำน้ำทองเหลือง Gerald Genta จึงต้องการที่จะให้ตั้งชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ Royal Oak เป็นชื่อของเรือรบลำดับที่ 8 แห่งกองทัพเรืออังกฤษ ที่ได้ชื่อมาจากต้นโอ๊คเก่าแก่ที่พระเจ้าชาร์ลที่ 2 ได้หลบเข้าไปอยู่ภายในต้นโอ๊ค(ต้นลักษณะกลวง)เพื่อซ่อนตัวจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐสภาช่วงภาวะสงครามกลางเมือง Worcester ในปี คศ.1651

 

 

 

ช่วงเวลาในการเปิดตัว


Audemars Piguet Royal Oak ref.5402 A series

 

ในปี 1972 Audemars Piguet ก็ได้เปิดตัว Royal Oak อย่างเป็นทางการในงานนาฬิกาโลก (Basel Fair) ในราคา 3300 สวิสฟรังซ์ แพงกว่านาฬิกาเดรสเรือนทองของ Patek Philippe และแพงกว่า Rolex Submariner 10 เท่า ซึ่งไม่เคยมีปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อน สิ่งเดียวที่ AP บอกคือ คุณค่าของนาฬิกา ไม่มีเพียงแค่วัสดุ แต่มันเป็นการดีไซน์ นวตกรรม และความทรงคุณค่าของเครื่องภายในด้วย แต่นั่นไม่ได้ทำให้ตลาดเห็นด้วย ในเบื้องต้น Royal Oak ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ถึงดีไซน์อันยุ่งเหยิง มองเห็นสกรูและแท่นซึ่งไม่มีใครทำ รวมทั้งการเชื่อมต่อสายกับตัวเรือนที่แปลกตา

 

อย่างไรก็ตาม เสน่ห์และคุณภาพ ของ Royal Oak ก็ไม่อาจถูกบดบังจากเสียงวิพากย์วิจารณ์ได้นาน ในที่สุด Collector ระดับสูง รวมทั้ง Trend setters ทั้งหลายได้เป็นผู้นำในการตอบรับอันนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างล้นหลาน จนกลายเป็นสัญญลักษณ์แห่งความสำเร็จของ Audemars Pequet ผู้ผลิตจาก Le Brassus.

 

Royal Oak ผลิตขึ้นครั้งแรก 1000 เรือนโดยใช้ A-Series ref. 5402 ใช้เวลาขายนานกว่า 1 ปี หลังจากนั้น ก็ผลิตอีก 1000 เรือนโดยใช้ A-Series ก่อนจะเปลี่ยนเป็น B และ C ตามลำดับ ซึ่งในปัจจุบัน A-Series เป็นหนึ่งในรุ่นสุดปรารถนาของนักสะสม ซึ่งจะสังเหตุง่าย ๆ คือ จะมีคำว่า AP อยู่ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา ไม่เหมือนกับรุ่นต่อมาที่ AP จะอยู่ตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกา

 

 

 

 

ที่ EXPERT WATCH เรามีสายนาฬิกาสำหรับ AP Royal Oak และ Offshore

ไม่ว่าจะเป็นสายหนังหรือสายยางรับเบอร์ คุณสามารถเปลี่ยนสไตล์ความสปอร์ตของนาฬิกาเพื่อความไม่จำเจ แต่ยังคงซึ่งความสปอร์ตและความหรูหรา

ไม่ว่าคุณจะใช้สายโลหะหรือสายหนังอยู่ก็สามารถเลือกความต้องการของคุณได้ที่ EXPERT WATCH ที่เดียวในประเทศไทย

 

ค้นหาสไตล์ของคุณได้ที่นี่ Click